บริษัทเงินทุน ศรีสวัสดิ์ จำกัด (มหาชน)

SRISAWAD FINANCE PUBLIC COMPANY LIMITED

เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการดำเนินธุรกิจ บริษัทได้มีการกำหนดเป็นนโยบายของบริษัท โดยให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน ได้แก่พนักงานและผู้บริหารของบริษัท หรือผู้มีส่วนได้เสียภายนอก ได้แก่ลูกค้า เจ้าหนี้ และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่เพียงแต่เฉพาะตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการละเมิด / ริดรอนสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เหล่านั้นด้วย โดยกำหนดแนวทางด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ดังนี้

  1. บริษัทได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุนและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยได้กำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของบริษัทพร้อมทั้งให้ความสำคัญต่อระบบการควบคุมและการตรวจสอบภายใน กำกับดูแลฝ่ายบริหารให้ดำเนินการตามนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้น
  2. เคารพสิทธิของผู้ถือหุ้นในการรับข้อมูลที่จำเป็นเพื่อประเมินบริษัทโดยเท่าเทียมกัน และจะเปิดเผยผลประกอบการ ฐานะการเงิน พร้อมข้อมูลสนับสนุนที่ถูกต้องตามความจริง ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด
  3. จัดให้มีระบบ ซึ่งให้ความมั่นใจว่าผู้ถือหุ้น ทุกราย จะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันในการประชุมผู้ถือหุ้น
  1. พนักงานต้องหลีกเลี่ยงการขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ของบริษัทในการติดต่อกับคู่ค้าและบุคคลอื่นใด
  2. พนักงานต้องอุทิศตนและเวลาให้แก่กิจการของบริษัทอย่างเต็มที่ ในกรณีมีความจำเป็นต้องทำงานอื่น เพื่อเพิ่มพูนรายได้หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเวลาทำงาน งานนั้นต้องอยู่ในลักษณะดังต่อไปนี้
    • ไม่เป็นการกระทบกระเทือนต่องานในหน้าที่ของตน
    • ไม่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีของประชาชน
    • ไม่มีผลเสียถึงชื่อเสียงและกิจการของบริษัท
    • ไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของบริษัท
    • ไม่เป็นการนำความลับของบริษัทไปใช้
  3. จัดให้มีระบบ ซึ่งให้ความมั่นใจว่าผู้ถือหุ้น ทุกราย จะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันในการประชุมผู้ถือหุ้น

สิทธิมนุษยชนเป็นสิทธิที่มนุษย์ทุกคนสมควรได้รับ ในการที่จะมีความสุขในฐานะที่เป็นมนุษย์และเป็นส่วนหนึ่งของสังคม การเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งสำคัญต่อความมั่นคงและความสงบสุขของสังคม บริษัทให้ความสำคัญต่อการเคารพสิทธิมนุษยชน และได้ตระหนักในคุณค่าของทรัพยากรมนุษย์และประสงค์ที่จะให้พนักงานมีความภูมิใจในองค์กร จึงได้ส่งเสริมบรรยายกาศการทำงานอย่างมีส่วนร่วมและมอบโอกาสความก้าวหน้าในสายอาชีพอย่างเท่าเทียมกัน โดยพนักงานจะได้รับการพัฒนาส่งเสริมให้มีความรู้ ความสามารถอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง ภายใต้แนวทางการบริหารงานบุคคล ดังนี้

  1. การปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนด้วยความเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
  2. การสรรหาและคัดเลือกบุคลากรดำเนินการโดยยึดถือประโยชน์และผลสำเร็จของบริษัท ด้วยหลักคุณธรรม หลักความเสมอภาค หลักความสามารถและความจำเป็นในการประกอบธุรกิจ เพื่อให้ได้บุคลากรที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงคุณสมบัติของแต่ละตำแหน่ง คุณวุฒิทางการศึกษาประสบการณ์และข้อกำหนดอื่น ๆ ที่จำเป็นแก่งาน และไม่มีข้อกีดกันเรื่องเพศ อายุ เชื้อชาติ ศาสนา หรือความสัมพันธ์ส่วนบุคคล
  3. กำหนดระบบการจ่ายค่าตอบแทนตามความสามารถของพนักงาน รวมทั้งจัดสิทธิประโยชน์และสวัสดิการแก่พนักงาน โดยจะคำนึงถึงโครงสร้างเงินเดือนที่สอดคล้องกับภาวการณ์ทางด้านเศรษฐกิจ และการปรับขึ้นค่าจ้างพิจารณาจากความสำเร็จของธุรกิจและผลการปฏิบัติงานความอุตสาหะของพนักงานในปีที่ผ่านมา
  4. สนับสนุนส่งเสริมให้พนักงานได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งทางด้านความสามารถหลักของธุรกิจ ความสามารถในเชิงบริหารจัดการ และความสามารถในการปฏิบัติงาน โดยสนับสนุนทั้งทางด้านงบประมาณและเวลาในการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาความสามารถในการทำงาน เปิดโอกาสให้พนักงานก้าวหน้าในอาชีพการงาน ตลอดจนพัฒนาบุคลากรให้เป็นคนมีคุณภาพ มีทัศนคติที่ดี และมีความรู้ในการทำงาน โดยจำนวนชั่วโมงของการฝึกอบรมนอกสถานที่ของพนักงานประมาณ 450 ชั่วโมงต่อปี
  5. เสริมสร้างบรรยากาศในการสื่อสารที่ดี ที่จะนำมาซึ่งความสัมพันธ์อันดี และประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกัน
  6. ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้พนักงานมีช่องทางสื่อสารในการเสนอแนะและร้องทุกข์ในเรื่องคับข้องใจ เกี่ยวกับการทำงาน ความเป็นอยู่ และสิทธิสวัสดิการผ่านคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ โดยข้อเสนอแนะต่าง ๆ จะได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังและกำหนดวิธีการแก้ไขเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย และสร้างความสัมพันธ์อันดีในการทำงานร่วมกัน
  1. ผู้บังคับบัญชาพึงปฏิบัติตนให้เป็นที่เคารพนับถือของพนักงาน และพนักงานไม่กระทำใด ๆ อันเป็นการไม่เคารพนับถือผู้บังคับบัญชา
  2. พนักงานทุกคนต้องไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการละเมิดหรือคุกคาม ไม่ว่าจะเป็นทางวาจา หรือการกระทำต่อผู้อื่น บนพื้นฐานของเชื้อชาติ ศาสนา ความพิการทางร่างกายและจิตใจ

บริษัทได้ร่วมลงนามในคำประกาศเจตนารมณ์แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต ได้กำหนดเป็นนโยบายและแนวปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นในปี 2558 ตลอดจนมีแผนที่จะเข้าสู่กระบวนการประเมินตนเองเกี่ยวกับมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่นในปี 2559 บริษัทมีการเปิดเผยเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นต่อสาธารณะ โดยได้ประกาศไว้บนเวปไซด์ของบริษัท ติดประกาศในสถานที่ทำการ รวมถึงนำขึ้นเผยแพร่บนระบบ Intranet ของบริษัท เพื่อเป็นการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสียทุกด้านรวมถึงพนักงานให้ทราบนโยบายและแนวปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งยังได้กำหนดไว้ในจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจสำหรับคณะกรรมการบริษัทและจรรยาบรรณสำหรับพนักงาน ให้สอดคล้องกับขนาดและลักษณะขององค์กรมากที่สุด การปฏิบัติงานในกรณีที่มีความเสี่ยงในการเกิดทุจริตคอร์รัปชั่นสูงตามที่นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของบริษัทได้กำหนดให้ห้ามกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับชั้นกระทำการใดๆ หรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น พนักงานทุกคนต้องถือปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด โดยจะต้องปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และไม่ทำการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยให้ครอบคลุมถึง แต่ไม่จำกัดเฉพาะเพียงกรณีหรือรูปแบบที่มีความเสี่ยงสูงดังต่อไปนี้

  • การยักยอกหรือเบียดบังซึ่งทรัพย์สินของบริษัทเป็นของตนเองหรือพวกพ้อง
  • การติดสินบนไม่ว่าในรูปแบบใด ๆ ซึ่งหมายรวมถึงการรับหรือให้ของขวัญ ค่าอำนวยความสะดวก ทั้งในรูปเงินสด สิ่งของ หรือผลประโยชน์ในลักษณะอื่น
  • การบริจาคเพื่อการกุศล หรือการให้เงินสนับสนุน จะต้องกระทำในนามของบริษัทเท่านั้น และจำนวนเงินต้องเหมาะสมไม่เกินความจำเป็นตามแต่กรณี
  • การช่วยเหลือทางการเมือง หมายถึงการให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน ทรัพย์สิน หรือรูปแบบอื่น ทั้งทางตรง และทางอ้อม เพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางการเมืองเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทโดยมิชอบ โดยที่บริษัทเป็นองค์กรที่ยึดมั่นในความเป็นกลาง และสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น จึงไม่อนุญาตให้มีการใช้ทรัพยากรของบริษัทช่วยเหลือ หรือสนับสนุนแก่นักการเมือง พรรคการเมือง หรือการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองทั้งสิ้น
  • การจัดซื้อจัดจ้าง เนื่องจากเป็นธุรกรรมที่มีโอกาสเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ง่ายประเภทหนึ่ง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของบริษัท
  • การบริหารทรัพยากรบุคคล ซึ่งหมายรวมถึงการคัดเลือก การอบรม การประเมินผลการปฏิบัติงาน การพิจารณาค่าตอบแทน ตลอดจนการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง หรือการพิจารณาโทษพนักงาน เป็นต้น จะต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใส เป็นกลาง ไม่มีความลำเอียง หรืออคติต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการการป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
  • การมีผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of interest) หมายถึงกรณีที่เกิดมีความขัดแย้งกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์โดยรวมของบริษัท ซึ่งมีอิทธิพลต่อการทำงาน หรือการตัดสินใจในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ทั้งนี้ รวมถึงกรณีที่เกิดจากการแบ่งแยกหน้าที่ที่ไม่เหมาะสม หรือมีบทบาทหน้าที่ทับซ้อนกันด้วย เช่น ผู้ทำหน้าที่เป็นกรรมการกำหนดระเบียบวินัยประจำหน่วยงานหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็ทำงานในฐานะผู้ปฏิบัติในหน่วยงานนั้นด้วย หรือเกิดจากการทำหน้าที่ในหน่วยงานหนึ่งซึ่งทำให้ได้ข้อมูลภายในบางอย่างซึ่งโดยปกติแล้วไม่สามารถนำไปเปิดเผยแก่บุคคลภายนอกได้ แต่ก็ถูกนำไปใช้ในการเอื้อประโยชน์ให้ตนเอง หรือพวกพ้อง เป็นต้น ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการจัดการกับปัญหาที่เกิดจากการมีผลประโยชน์ทับซ้อนดังกล่าว นอกจากการกำหนดแบ่งแยกหน้าที่แต่ละตำแหน่งงานในบริษัทให้เหมาะสมและชัดเจนแล้ว หากปรากฏว่าธุรกรรมใดที่พนักงานมีผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่ด้วย พนักงานผู้นั้นควรจะต้องพยายามหลีกเลี่ยงการใช้อำนาจการตัดสินใจในธุรกรรมนั้น ๆ แต่ถ้าหากมีความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ควรจะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ เป็นกลาง และโปร่งใส รวมทั้งต้องทำการเปิดเผยการมีผลประโยชน์ทับซ้อนให้ผู้มีส่วนได้เสีย หรือบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบด้วย
  • พนักงานที่ปฏิเสธการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท จะไม่ถือว่าเป็นความผิด และบริษัทขอยืนยันว่าจะไม่มีการลดตำแหน่ง หรือพิจารณาลงโทษใด ๆ แก่พนักงานที่ปฏิเสธการทุจริตคอร์รัปชั่น ถึงแม้ว่าบริษัทอาจสูญเสียโอกาสทางธุรกิจจากการปฏิเสธดังกล่าวก็ตาม รวมทั้งพนักงานจะได้รับการชมเชย และได้รับการคุ้มครองเช่นเดียวกันกับกรณีการแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนการทุจริตคอร์รัปชั่นอีกด้วย

บริษัทกำหนดแนวทางในการรับแจ้งเบาะแส หรือร้องเรียน ต้องเป็นเรื่อง หรือการกระทำที่เข้าข่ายการทุจริต หรือส่อไปในทางทุจริตที่มีผลกระทบต่อผลประโยชน์ หรือชื่อเสียงของบริษัททั้งทางตรง หรือทางอ้อมและจะต้องเป็นเรื่องจริงที่มีมูลเหตุเกิดจากการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยไม่ใช่เรื่องที่สร้างขึ้นด้วยเจตนาที่ไม่สุจริตเพื่อเป็นการใส่ร้ายหรือกลั่นแกล้งผู้อื่น ผู้แจ้งเบาะแส หรือร้องเรียน ผู้ที่สามารถจะแจ้งเบาะแส หรือร้องเรียนได้นั้น คือ

  • พนักงานทุกคนของบริษัท โดยที่การแจ้งเบาะแส หรือร้องเรียนการทุจริตเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ดังนั้น จึงให้ถือเป็นหน้าที่ของพนักงานทุกคนเมื่อพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการทุจริตหรือส่อไปในทางทุจริตที่มีผลกระทบต่อบริษัทจะต้องไม่เพิกเฉย หรือละเลย แต่ต้องรายงานหรือแจ้งให้บริษัท หรือผู้บังคับบัญชาของตนทราบโดยไม่ชักช้า
  • บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่พนักงานของบริษัท เช่น ผู้ถือหุ้น ลูกค้าของบริษัท บุคคลทั่วไปเป็นต้น ก็สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้

บริษัทได้จัดให้มีช่องทางสำหรับผู้มีส่วนได้เสียในการติดต่อสื่อสารกับบริษัทผ่านช่องทางที่สามารถติดต่อถึงคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหารเพื่อเป็นศูนย์กลางในการรับและบริหารจัดการเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ สำหรับลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจ นอกจากนี้บริษัทได้จัดให้มีช่องทางในการติดต่อสื่อสารเสนอแนะ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทหรือข้อร้องเรียนในกรณีที่เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ต่อคณะกรรมการบริษัทโดยตรง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการดำเนินงาน

บริษัทได้กำหนดช่องทางการแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

  • แจ้ง หรือร้องเรียนด้วยตนเอง หรือส่งจดหมายทางไปรษณีย์มายังที่ทำการของบริษัท ชั้น 23 อาคารกรุงเทพประกันภัย เลขที่ 25 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120
  • แจ้ง หรือร้องเรียนผ่าน Website ของบริษัท ที่ http://www.bfit.co.th (หัวข้อ “รับเรื่องร้องเรียน”)
  • แจ้ง หรือร้องเรียนผ่านทาง E-mail ของบริษัท ดังต่อไปนี้
    • ประธานกรรมการของบริษัท ที่ sakorn@bfit.co.th
    • ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ ผ่านเลขานุการ ที่ sornpol@bfit.co.th
    • กรรมการผู้จัดการ ที่ kingthien@bfit.co.th
    • ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบ ที่ sornpol@bfit.co.th
  • แจ้ง หรือร้องเรียนผ่านทางโทรศัพท์ของบริษัท ดังต่อไปนี้
    • ประธานกรรมการของบริษัท ที่หมายเลข 0-2677-4321
    • ประธานกรรมการตรวจสอบ ผ่านเลขานุการ ที่หมายเลข 0-26774300 ต่อ 346
    • กรรมการผู้จัดการ ที่หมายเลข 0-2677-4334
    • ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบ ที่หมายเลข 0-2677-4300 ต่อ 346
  • แจ้ง หรือร้องเรียนผ่านทางโทรสารของบริษัท ที่หมายเลข 0-2677-4301

เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ให้ข้อมูล บริษัทได้กำหนดนโยบายการรับแจ้งข้อมูลหรือข้อร้องเรียน (Whistle-blowing Policy) โดยกำหนดช่องทางการรับแจ้งข้อมูลหรือข้อร้องเรียน กระบวนการจัดการเกี่ยวกับข้อมูลหรือข้อร้องเรียน มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ให้ข้อมูล การรักษาข้อมูลของผู้ร้องเรียนไว้เป็นความลับ ให้จำกัดเฉพาะผู้ที่รับผิดชอบที่มีหน้าที่ตรวจสอบประเด็นที่ร้องเรียนเท่านั้นที่จะเข้าถึงข้อมูลได้ และกรรมการอิสระจะเป็นผู้พิจารณาสั่งการและรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท และในกรณีที่มีส่วนได้เสียได้รับความเสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิตามกฎหมาย บริษัทได้กำหนดมาตรการที่เป็นธรรมแก่ผู้มีส่วนได้เสียด้วย

การคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส หรือร้องเรียน เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิ์ผู้แจ้งเบาะแส ผู้ร้องเรียน และผู้ให้ข้อมูลที่กระทำด้วยความสุจริตใจ บริษัทจะปกปิดชื่อ ที่อยู่ หรือข้อมูลใด ๆ ที่สามารถระบุถึงตัวผู้แจ้งเบาะแส ผู้ร้องเรียน หรือผู้ให้ข้อมูลได้ โดยการกำหนดให้พนักงานที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติดังนี้

  • ให้พนักงานที่ได้รับข้อมูลจากการปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการแจ้งเบาะแส หรือร้องเรียนการทุจริตคอร์รัปชั่น มีหน้าที่เก็บรักษาข้อมูล และเอกสารหลักฐานของผู้แจ้งเบาะแส ผู้ร้องเรียน และผู้ให้ข้อมูล รวมทั้งของพยานทั้งหมดไว้เป็นความลับ ห้ามเปิดเผยแก่บุคคลอื่นที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่ เป็นการเปิดเผยตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด
  • พนักงานที่แจ้งเบาะแส หรือร้องเรียนด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบตามปกติ และจะได้รับการคุ้มครองที่เหมาะสมจากบริษัท โดยไม่มีการพิจารณาลดตำแหน่ง หรือการปฏิบัติอื่นใดที่มีลักษณะไม่เป็นธรรม หรือในทางลบต่อพนักงานนั้น ๆ ทั้งสิ้น

บริษัทเชื่อในพลังของบุคลากรทุกคนในองค์กรว่าเป็นกำลังสำคัญในการร่วมผลักดันองค์กรให้ไปสู่วิสัยทัศน์และพันธกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมและสอดคล้องกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ดังนั้นบริษัท จึงมีการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรใหม่ ๆ ที่มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ ทัศนคติที่ดี และมีความพร้อมที่จะเข้ามาร่วมงานกับริษัท ควบคู่ไปกับการรักษาบุคลากรที่มีอยู่แล้ว ให้มีความรู้ ความสามารถและทักษะต่างๆ เพิ่มขึ้น สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีม ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีความรักความผูกพัน อันจะบรรลุไปสู่เป้าหมายของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดที่บริษัทมุ่งเน้นมาโดยตลอด คือการให้พนักงานทำงานอย่างมีความสุขมีความรักและความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

  • ด้านการบริหารค่าจ้าง ผลตอบแทน และสวัสดิการต่าง ๆ

    บริษัทยึดหลักการบริหารค่าจ้างด้วยความเป็นธรรม มีความเหมาะสมต่อการครองชีพอย่างเป็นสุข มีการสนับสนุนเงินในรูปแบบของเงินช่วยเหลือและเงินกู้สวัสดิการต่าง ๆ รวมถึงสวัสดิการด้านอื่น อีกมากมาย เพื่อให้พนักงานมีหลักประกันที่มั่นคงเพียงพอต่อการดำรงชีพ และสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข เช่น สวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สวัสดิการประกันชีวิต อุบัติเหตุและทุพพลภาพ สวัสดิการรักษาพยาบาล สวัสดิการเงินกู้ เครื่องแบบพนักงาน การตรวจสุขภาพประจำปี การท่องเที่ยวประจำปี การจัดให้มีการซ้อมหนีไฟและระบบป้องกันภัย เป็นต้น ควบคู่กับการส่งเสริมให้พนักงานมีดุลยภาพในการดำเนินชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว ตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

  • สิทธิและเสรีภาพของบุคคล

    บริษัทให้ความสำคัญกับการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพของบุคคล โดยได้มีการดูแลการดำเนินงานของบริษัทไม่ให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนด้วยความเท่าเทียมกัน เปิดโอกาสให้พนักงานสามารถร้องทุกข์เป็นลายลักษณ์อักษรเสนอต่อผู้บังคับบัญชา บริษัทยังได้จัดเตรียมตู้หรือกล่องรับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะตลอดจนข้อร้องเรียนอื่น ๆ ไว้ภายในบริษัท เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงความคิดเห็นและข้อร้องเรียน โดยจะมีคณะกรรมการสวัสดิการพนักงานในสถานประกอบกิจการนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะตลอดจนข้อร้องเรียนอื่นๆ ที่มีพนักงานแสดงความคิดเห็นข้อร้องเรียนไว้ มานำเสนอผู้บริหาร

  • ด้านพัฒนาศักยภาพพนักงาน

    บริษัทมีกระบวนการพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นระบบ สำหรับพนักงานทุกระดับ ทั้งการพัฒนาศักยภาพ และมีการจัดกระบวนการพัฒนาพนักงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การสอนงาน การพัฒนาในงาน การเป็นพี่เลี้ยง และเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

  • ด้านการมีส่วนร่วมต่อการสร้างสรรค์สังคมและชุมชน

    บริษัทให้การสนับสนุนและส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR)

  • การจัดซื้อจัดจ้าง เนื่องจากเป็นธุรกรรมที่มีโอกาสเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ง่ายประเภทหนึ่ง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของบริษัท

นอกเหนือจากการปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว บริษัทยังมีนโยบายให้พนักงานทุกคนปฏิบัติตามหน้าที่ตามหลักจริยธรรมทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าหรือคู่ค้า ดังนี้

  • ลูกค้า : บริษัทมีนโยบายดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ มุ่งมั่นให้ลูกค้ามีความพึงพอใจด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีคุณภาพและบริการที่เป็นเลิศแก่ลูกค้า และพร้อมให้การตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า โดยมีความเอาใจใส่ ความรับผิดชอบต่อลูกค้า และให้ความสำคัญในการรักษาความลับของลูกค้า บริษัทได้อธิบายให้ลูกค้าเข้าใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องในการใช้บริการทางการเงินต่างๆ และเปิดโอกาสให้ลูกค้าแสดงความคิดเห็น โดยจัดให้มีการรับผิดชอบในการรับข้อร้องเรียนของลูกค้า พัฒนาธุรกิจและบริการให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า
  • คู่ค้า : บริษัทเล็งเห็นความสำคัญของการปฏิบัติต่อคู่ค้าตามเงื่อนไขทางการค้าและปฏิบัติตามสัญญา มีการประพฤติตามกรอบกติกาการแข่งขันที่ดี และไม่ใช้วิธีการไม่สุจริต โดยในการคัดเลือกคู่ค้าบริษัทจะไม่ทำธุรกิจกับคู่ค้าที่ทำธุรกิจผิดกฎหมาย และคู่ค้าต้องมีนโยบายเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ไม่เป็นองค์กรที่สร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
  • คู่แข่ง : บริษัทประพฤติตามกรอบกติกาการแข่งขันที่ดี และไม่ใช้วิธีการที่ไม่สุจริต เพื่อทำลายคู่แข่งทางการค้า
  • เจ้าหนี้ : บริษัทได้ปฏิบัติตามสัญญา หรือเงื่อนไขต่างๆ ตามข้อตกลง และหน้าที่ที่พึงมีต่อเจ้าหนี้ ทั้งเจ้าหนี้ทางธุรกิจ และผู้ฝากเงิน

นอกจากนั้น บริษัทได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติอื่นๆ ดังนี้

  • ความยุติธรรม : บริษัทเชื่อมั่นในการให้ความยุติธรรมต่อทุกฝ่ายที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท และพยายามอย่างยิ่งในการหลีกเลี่ยงความลำเอียงหรือสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  • คุณธรรม : บริษัทยึดมั่นในจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างแน่วแน่ในทุก ๆ ด้าน
  • ความสามารถและเชี่ยวชาญในการประกอบการ : บริษัทดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบเยี่ยงผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพ และมุ่งมั่นที่จะบรรลุผลการดำเนินงานที่เป็นเลิศโดยการผสมผสานวิธีการและเทคโนโลยีใหม่ๆ
  • ความพร้อมในการตอบสนอง : บริษัทพร้อมให้การตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า ต่อสังคม ต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคและเศรษฐกิจ และปรับเปลี่ยนตามความต้องการของลูกค้าทั้งในปัจจุบันและในอนาคต
  • วินัยและการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ : บริษัทยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีหลักการวินัย และรับรองว่าการตัดสินใจทางธุรกิจและการดำเนินกิจการเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง โดยปฏิบัติตามมาตรฐานจรรยาบรรณที่ดีของบริษัทและข้อพึงปฏิบัติที่ดีของพนักงาน เช่น การไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ โดยกำหนดนโยบายว่าด้วยเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายด้านซอฟต์แวร์ ให้ซอฟต์แวร์ใด ๆ ที่นำมาใช้ในระบบสารสนเทศของบริษัท ต้องได้รับอนุญาตและมีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น การห้ามรับหรือจ่ายสินบนเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ นอกจากนี้ บริษัทสนับสนุนและเคารพในการป้องสิทธิมนุษยชน ด้วยการไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งให้ความรู้ความเข้าใจแก่พนักงาน เพื่อนำไปใช้ประกอบการปฏิบัติงาน

บริษัทมีนโยบายในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม และระมัดระวังในการพิจารณาดำเนินการใดๆ ในเรื่องที่จะกระทบต่อความรู้สึกของสาธารณชน (Public Interest) บริษัทได้ตระหนักถึงความสำคัญในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความมีจริยธรรมและคุณธรรมที่ดี ควบคู่ไปกับการดูแล ช่วยเหลือและร่วมสร้างสรรค์สังคมไทยอย่างยั่งยืนเป็นสำคัญ บริษัททำหน้าที่ในฐานะพลเมืองที่ดี วางตัวเป็นกลาง โดยไม่กระทำการฝักใฝ่ในพรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใด บริษัทตระหนักในความเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการช่วยเหลือสังคม สนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์แก่ชุมชน ตลอดจนพัฒนาสภาพแวดล้อมของชุมชนและสังคม เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดพลังงาน การรักษาสิ่งแวดล้อม และได้มีการรณรงค์ให้มีการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างหนึ่ง

บริษัทมีการรณรงค์ให้พนักงาน นำกระดาษที่ใช้แล้วนำมา Reused ใช้อีกด้านหนึ่ง รวมถึงให้มีการคัดแยกขยะและการนำกล่องกระดาษบรรจุภัณฑ์มาใช้ใหม่ กำจัดขยะหรือสิ่งของเหลือใช้ให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบใดๆ กับชุมชนใกล้เคียง รวมทั้งส่งเสริมพนักงานให้มีจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม โดยจัดให้มีการอบรมให้ความรู้และส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการเสนอข้อคิดเห็น และเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม

ในปี 2558 บริษัทมีส่วนในการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมทางด้านสังคม การศึกษา ศาสนาและร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนี้

  • ด้านสังคม บริษัทร่วมสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของสถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ ทั้งในด้านเงินบริจาค และการเข้าร่วมกิจกรรมของเจ้าหน้าที่บริหารและพนักงาน
  • ด้านการศึกษา ร่วมสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ โดยการร่วมบริจาคแก่สมาคมนิสิตเก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ด้านศาสนา ร่วมสนับสนุนในงานทอดผ้าป่าหรือกิจกรรมทางศาสนาอื่นๆ กับวัดต่างๆ เช่น วัดวะภูแก้ว วัดปชานาถ เป็นต้น
  • ด้านสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้มีการสนับสนุนให้พนักงานสวมเสื้อของร้านภูฟ้า มาปฏิบัติงานโดยพร้อมเพรียงกันอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน

นอกจากนี้ในปี 2559 บริษัทได้เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของนักเรียนในโรงเรียนที่ด้อยโอกาส เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของโรงเรียน ให้มีหลักโภชนาการที่ดี มีการเสริมสร้างสุขภาพอนามัย มีการยกระดับทางวิชาการ โดยพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษา รวมทั้งมุ่งเน้นให้เกิดสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่ดีต่อการใช้ชีวิตของนักเรียนในโรงเรียนในด้านต่างๆ ซึ่งผลที่คาดว่าจะได้รับคือ โรงเรียนมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม นักเรียนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีจิตสาธารณะ รวมทั้งเป็นการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงระบบการศึกษาด้านเทคโนโลยีใหม่ และการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

บริษัทให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของบริษัท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การเปิดเผยข้อมูล ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงินของบริษัทต่อผู้ถือหุ้นนักลงทุน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสาธารณชนทั่วไป เป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทั่วถึง เท่าเทียม โปร่งใส ทันการณ์ และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งสอดคล้องกับกฎหมายข้อกำหนดของทางการ และระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ในปี 2558 บริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่สำคัญอย่างเพียงพอในงบการเงินโดยการเปิดเผยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมาตรฐานการรายงานทางการเงิน และเผยแพร่ผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเว็บซ์ของบริษัท ซึ่งงบการเงินดังกล่าวได้ผ่านการสอบทาน/ตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตและผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบก่อนเปิดเผยต่อผู้ถือหุ้น โดยได้เปิดเผยรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงินในรายงานประจำปีด้วย นอกจากนี้บริษัทได้เปิดเผยงบการเงินรายไตรมาสก่อนการสอบทาน/ตรวจสอบ งบการเงินผ่านการสอบทาน/ตรวจสอบ รวมถึงข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงินอื่น ได้แก่คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ มติคณะกรรมการและ/หรือผู้ถือหุ้นที่สำคัญ การกำกับดูแลกิจการซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน และนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และได้มีการประเมินประสิทธิภาพของกระบวนการเปิดเผยข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารบริษัทที่สำคัญ บริษัทได้ดำเนินการผ่านช่องทางต่างๆเพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนเสียได้รับทราบข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึงโดยมีการเผยแพร่ผ่านช่องท่างต่าง ๆ ดังนี้

  1. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    1. รายงานประจำปี
    2. งบการเงินของบริษัท
    3. เอกสารแจ้งมติคณะกรรมการบริษัท มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น และอื่น ๆ
  2. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  3. กระทรวงพาณิชย์
  4. หนังสือพิมพ์
  5. เว็บไซต์บริษัท ซึ่งจัดทำเป็นสองภาษา คือภาษาไทยและภาษาอังกฤษ