บริษัทเงินทุน ศรีสวัสดิ์ จำกัด (มหาชน)

SRISAWAD FINANCE PUBLIC COMPANY LIMITED

กรรมการบริษัทมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานด้านจริยธรรมที่สูงที่สุด เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ กรรมการบริษัทจะปฏิบัติภายใต้หลักการดังต่อไปนี้

  1. จรรยาบรรณสำหรับคณะกรรมการบริษัท
  2. การดำเนินธุรกรรมส่วนตัว
  3. การรักษาความลับ
  4. การเปิดเผยเรื่องผลประโยชน์
  5. การยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย
  6. การรับเงิน ของขวัญ สันทนาการ และการเดินทาง
  1. ความซื่อสัตย์ ยุติธรรมและคุณธรรม
    • ในการดำเนินกิจการของบริษัท กรรมการจะกระทำการด้วยความซื่อสัตย์ ยุติธรรม และมีคุณธรรม
    • กรรมการจะไม่เลือกปฏิบัติจากความแตกต่างด้านเชื้อชาติ ศาสนา เพศ สถานภาพสมรส หรือความไร้ สมรรถภาพทางร่างกาย
    • กรรมการจะไม่ให้คำสัญญา หรือทำข้อผูกพันในเรื่องที่บริษัทไม่ประสงค์จะดำเนินการ หรือไม่สามารถจะดำเนินการได้
    • การกระทำการใดๆ ของกรรมการจะเป็นไปโดยความซื่อสัตย์
    • กรรมการจะยึดมั่นต่อความจริง และจะไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งโดยทางตรงและ ทางอ้อมจะไม่พูดหรือกระทำการอันเป็นเท็จ และจะไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดโดยละเว้นการพูด หรือการปฏิบัติ
  2. การดำเนินธุรกรรมส่วนตัว
    • การดำเนินธุรกรรมส่วนตัว หรือธุรกิจอื่นๆ ของกรรมการ จะต้องแยกออกจากการดำเนินกิจการของบริษัท ในฐานะกรรมการบริษัท
    • กรรมการจะไม่ใช้ชื่อบริษัทในการดำเนินธุรกรรมส่วนตัว หรือธุรกิจอื่นๆ
    • กรรมการจะใช้ผลิตภัณฑ์ และบริการที่บริษัทเสนอให้ในเงื่อนไขตามที่บริษัทเสนอเท่านั้น
  3. การรักษาความลับ
    • กรรมการจะไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับของลูกค้า พนักงาน และการดำเนินงานของบริษัท ทั้งโดย เจตนา และไม่เจตนาต่อบุคคลที่สาม ยกเว้นแต่จะได้รับการยินยอมจากบริษัท
    • กรรมการจะไม่ใช้ข้อมูลที่ได้รับจากการเป็นกรรมการบริษัทเพื่อผลประโยชน์ทางการเงินส่วนตน และจะไม่ใช้ข้อมูลนั้นเพื่อประโยชน์ทางการเงินของผู้อื่น
  4. การเปิดเผยเรื่องผลประโยชน์
    • กรรมการจะต้องเปิดเผยผลประโยชน์จากธุรกิจส่วนตัว หรือธุรกิจอื่นๆ รวมทั้งเรื่องใดๆ ที่เป็นความขัดแย้ง ทางผลประโยชน์ หรืออาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ตามนโยบายที่อาจกำหนดให้กรรมการปฏิบัติในแต่ละครั้ง โดยพลัน
    • กรรมการจะต้องเปิดเผยความสัมพันธ์ใดๆ ที่ตนมีกับบริษัท ตามนโยบายเรื่องความเป็นอิสระที่อาจกำหนดให้กรรมการปฏิบัติในแต่ละครั้ง
    • การดำเนินกิจการใดๆ กับบริษัทของกรรมการ จะต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสม ( at arm's length) เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น หรือถูกเข้าใจว่าเกิดขึ้น
  5. การยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย
    • กรรมการจะยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
  6. การรับเงิน ของขวัญ สันทนาการ และการเดินทาง
    • กรรมการจะต้องไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่การเป็นกรรมการ เพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตน จากผู้ประกอบธุรกิจกับบริษัท รวมทั้งผู้ที่กำลังติดต่อเพื่อดำเนินธุรกิจกับบริษัท
    • ในกรณีที่มีผู้เสนอให้กรรมการจะต้องไม่รับผลประโยชน์ส่วนตนในจำนวนที่เกินความ เหมาะสม
  1. บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการภายใต้หลักการที่ยึดมั่นขององค์กร (Core Value) 3 ประการ ดังต่อไปนี้
    • 1.1. ความซื่อสัตย์ (Integrity)
      • บริษัทและพนักงานทุกระดับชั้นยึดมั่นในความซื่อสัตย์ ความมีคุณธรรม และความโปร่งใส
    • 1.2. ความรับผิดชอบ (Accountability)
      • บริษัทยึดมั่นต่อข้อตกลง และรับผิดชอบต่อการดำเนินการทุกประการของตน
    • 1.3. การทำงานเป็นทีม ( Teamwork)
      • บริษัทให้คุณค่ากับการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายและตระหนักดีว่า การทำงานร่วมกันจะทำให้บริษัทมีความ
  2. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน จะมุ่งมั่นที่จะดำเนินการและยึดถือในหลักการต่อไปนี้
    • 2.1. ลูกค้า
      • บริษัทมุ่งให้ลูกค้าได้รับประโยชน์และความพึงพอใจอย่างเหมาะสม โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ดี อย่างมีคุณภาพ ให้บริการด้วยความเป็นธรรม รวมทั้งดูแลรักษาข้อมูลต่างๆของลูกค้าไว้เป็นความลับ
    • 2.2. ผู้ถือหุ้น
      • บริษัทมุ่งให้ผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม โดยดำเนินการให้มีผลประกอบการที่ดีเลิศ อย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งมีระบบการควบคุม และตรวจสอบภายในรวมทั้งระบบบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ
    • 2.3. พนักงาน
      • บริษัทสรรหาและรักษาพนักงานที่มีความสามารถในการปฏิบัติงาน รวมทั้งมุ่งพัฒนาพนักงานอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมพนักงานให้มีโอกาส ในความก้าวหน้า และความมั่นคงในอาชีพ
    • 2.4. พันธมิตรและคู่แข่งทางการค้า
      • บริษัทปฏิบัติต่อพันธมิตร และคู่แข่งทางการค้าอย่างเป็นธรรม และรักษาความลับภายใต้หลักเกณฑ์ และ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งไม่แสวงหาข้อมูลของพันธมิตรและคู่แข่งทางการค้า อย่างไม่สุจริตและไม่เป็น ธรรม
    • 2.5. เจ้าหนี้และคู่ค้า
      • บริษัทยึดมั่นในความซื่อสัตย์ต่อการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ให้ไว้ต่อเจ้าหนี้และคู่ค้าทุกประเภท โดยอยู่ภายใต้ เงื่อนไข รวมทั้งหลักเกณฑ์และกฎหมายที่กำหนด
    • 2.6. สังคม
      • บริษัทยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม และระมัดระวังในการพิจารณาดำเนินการ ใดๆ ในเรื่องที่กระทบต่อความรู้สึกของสาธารณชน ( Public Interest) นอกจากนี้บริษัทมุ่งดำเนินการ และให้ การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมโดยรวมอย่างสม่ำเสมอ
    • 2.7. สิ่งแวดล้อม
      • บริษัทมุ่งปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อบังคับเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ดูแลด้านความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมของ บริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบใดๆ กับชุมชนใกล้เคียง และส่งเสริมพนักงานให้มีจิตสำนึก และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
    • 2.8. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์
      • บริษัทจัดให้มีการควบคุมดูแล และป้องกันเกี่ยวกับรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือรายการ ที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการระหว่างกันที่ไม่เหมาะสม โดยกำหนดนโยบาย ระเบียบวิธีปฏิบัติ กระบวนการใน การพิจารณา และอนุมัติรายการ พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลและอนุมัติรายการที่เกี่ยวโยงกันให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์หน่วยงานต่างๆ ที่กำกับดูแลบริษัท
    • 2.9. การเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
      • บริษัทมุ่งเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของบริษัทต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน และสาธารณชนทั่วไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทั่วถึงและทันกาล รวมทั้งเป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
    • 2.10. การกำกับดูแลกิจการ
      • บริษัทยึดมั่นในการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ที่กำหนดโดยหน่วยงานทางการที่ควบคุมดูแล บริษัทในฐานะสถาบันการเงิน และบริษัทจดทะเบียน และสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสีย ในการมุ่ง พัฒนางานกำกับดูแลกิจการของบริษัทให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อประโยชน์ และสร้างความเชื่อมั่น ให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
  3. จรรยาบรรณหลักที่บริษัทกำหนด 8 ประการ
    • 3.1. ความซื่อสัตย์ ( Integrity)
      • เรามุ่งมั่นกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ตรงไปตรงมาภายใต้กฎหมาย และกฎระเบียบของบริษัท โดยถือปฏิบัติตามจรรยาบรรณหลักนี้ในทุกกิจกรรมและในการตัดสินใจในทุกเรื่องของบริษัท เราจะดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์และคำนึงถึงความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อองค์กร
    • 3.2. ความไว้วางใจ (Trust)
      • เราให้ความนับถือต่อเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า ผู้ถือหุ้น และเจ้าหน้าที่หน่วยราชการโดยปฏิบัติต่อบุคคลดังกล่าวในทำนองเดียวกันกับที่เราต้องการให้บุคคลเหล่านั้นปฏิบัติต่อเรา เรามั่นใจว่าทุกคนจะทุ่มเทความสามารถเต็มที่และทำหน้าที่อย่างดีที่สุดบนพื้นฐานของความไว้วางใจซึ่งกันและกัน
    • 3.3. การรักษาความลับ (Confidentiality)
      • เรายึดมั่นในการปกป้องรักษาความลับของลูกค้าบริษัท และรักษาความไว้วางใจของลูกค้าที่มอบให้แก่เรา ด้วยการสร้างความมั่นใจว่าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางธุรกิจของลูกค้ายังคงเก็บรักษาไว้เป็นความลับ เรามุ่งมั่นที่จะปฏิบัติต่อข้อมูลที่ได้รับจากลูกค้าแต่ละรายหรือแต่ละองค์กรเสมือนกับที่ลูกค้าหรือองค์กรนั้นปฏิบัติ ต่อข้อมูลดังกล่าวด้วยตนเอง อันจะนำมาซึ่งความไว้วางใจบริษัท
    • 3.4. ความยึดมั่นในวิชาชีพ ( Professionalism)
      • เราจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยทักษะ คุณวุฒิ และความรู้ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานอย่างเชี่ยวชาญตามหลักวิชาชีพที่พึงปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอตลอดเวลา
    • 3.5. บุคลากร (People)
      • เราจูงใจและสรรหาบุคคลที่มีความสามารถและประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของบริษัทเข้ามาร่วมงาน และให้ความสำคัญต่อการเลื่อนตำแหน่งและการให้ผลตอบแทน โดยพิจารณาจากผลการปฏิบัติงาน เราปฏิบัติต่อเพื่อนพนักงานด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธาว่า ทุกคนคือทุนทรัพย์อันล้ำค่าของบริษัททั้งในปัจจุบันและอนาคต
    • 3.6. ความเป็นผู้นำ (Leadership)
      • เราเป็นผู้นำในทุกด้านที่เป็นสาระอันควร และใช้ความเป็นผู้นำผลักดันการดำเนินงานของบริษัทให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย บริษัทได้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้อย่างชัดเจนและมุ่งเน้นให้พนักงานบรรลุวัตถุประสงค์และกลยุทธ์ของการเป็นผู้นำ รวมทั้งพัฒนาขีดความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานให้แก่พนักงาน เพื่อรองรับกับยุทธศาสตร์ของบริษัท และขจัดอุปสรรคที่ปิดกั้นการพัฒนาพนักงาน
    • 3.7. ความเป็นเจ้าของ (Ownership)
      • รามีความรับผิดชอบร่วมกันที่จะผลักดันให้บริษัทประสบความสำเร็จตามเป้าหมายปรับปรุงพัฒนาระบบการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด เราทั้งหลายร่วมกันดูแลจัดการสินทรัพย์ของบริษัท เสมือนหนึ่งเป็นสินทรัพย์ร่วมกันของเรา และคำนึงถึงความสำเร็จในระยะยาวของบริษัทตลอดเวลา
    • 3.8. การปฏิบัติตามระเบียบและกฎเกณฑ์ (Compliance)
      • เราคาดหวังให้พนักงานทุกคนยึดมั่นในการตัดสินใจและการดำเนินงานทางธุรกิจภายใต้กรอบของกฎหมาย ข้อกำหนดและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด รวมทั้งประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในกรอบคุณธรรมที่ดีงาม
  4. การเคารพกฎหมายบ้านเมืองและรักษากฎระเบียบของบริษัท ( Observance of Laws and Bfit Policies)
    • การดำเนินงานของบริษัทต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดกฎหมายบ้านเมือง และดำรงไว้ ซึ่งสัมพันธภาพที่ดีกับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานราชการ การปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ถือเป็นหัวใจหลักในการประกอบกิจการบริษัท
  5. บริษัทกำหนดมาตรฐานสูงสุดในการดำเนินธุรกิจ ดังนี้
    • 5.1. พนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบของบริษัท
    • 5.2. การฝ่าฝืนกฎหมายบ้านเมือง ระเบียบข้อบังคับ หรือกฎเกณฑ์ของบริษัท โดยอ้างว่า เป็นการกระทำเพื่อเพิ่มผลกำไรให้แก่บริษัท มิใช่เหตุผลที่จะพึงรับฟัง
    • 5.3. บริษัทไม่จำเป็นต้องยอมรับหรือปฏิบัติตามกิจกรรมที่คู่แข่งของบริษัทหรือสถาบันการเงินอื่นถือปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจเสมอไป บริษัทจะไม่กระทำการใด ๆ ที่มิชอบด้วยกฎหมายบ้านเมือง โดยใช้ข้ออ้างว่ากฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับของทางการดูเสมือนว่ามิได้มีผลใช้บังคับแล้ว หรือคู่แข่งของบริษัทก็มิได้ปฏิบัติตามกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับดังกล่าว
    • 5.4. บริษัทประสงค์ที่เสริมสร้างสัมพันธภาพอันดีกับองค์กรที่กำกับดูแลกิจการสถาบันการเงินเพื่อก่อให้เกิดความมั่นใจและความเชื่อถือซึ่งกันและกัน โดยอาศัยการติดต่อประสานงานกับองค์กรที่กำกับดูแลอย่างเปิดเผยและพร้อมให้ความร่วมมือ เพื่อให้องค์กรที่กำกับดูแลกิจการสถาบันการเงินได้รับทราบเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของบริษัทอย่างโปร่งใส
  6. สัมพันธภาพกับลูกค้า (Relations with Customers)
    • ความสำเร็จของบริษัทตั้งอยู่รากฐานความพึงพอใจของลูกค้า บริษัทจึงต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้า โดยยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริต การรักษาจริยธรรม และความเชื่อถือซึ่งกันและกัน เราตระหนักดีว่าลูกค้าแต่ละคนมีความต้องการและความคาดหวังแตกต่างกัน บริษัทต้องสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายด้วยมุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการของบริษัทให้เข้าสู่ระดับสากลอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าอย่างที่สุด และด้วยความสัมพันธ์ที่เอื้อประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว เราจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับฐานะทางการเงินและความต้องการของลูกค้า เพื่อเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างเหมาะสม ดังนี้
      • 6.1. เราจะเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่บริษัทได้รับอนุญาตและมีความเชี่ยวชาญเท่านั้น
      • 6.2. การให้คำแนะนำแก่ลูกค้าเกี่ยวกับระยะเวลา เงื่อนไข สิทธิ ผลประโยชน์ และข้อผูกพันในการให้บริการแก่ลูกค้า เราจะนำเสนอข้อมูลทั้งหมดอย่างชัดเจน ตามความเป็นจริง และโปร่งใสยุติธรรม
      • 6.3. การโฆษณาที่เป็นเท็จหรือหลอกลวงให้ลูกค้าเข้าใจผิด เป็นสิ่งที่ห้ามกระทำเด็ดขาด
      • 6.4. การเชื้อเชิญลูกค้าให้มาใช้บริการของบริษัท จะต้องไม่ระบุเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมและไม่โปร่งใสที่ผูกพันกับการใช้บริการอื่นที่ลูกค้ามีอยู่กับบริษัทในปัจจุบันและอาจมีในอนาคต เงื่อนไขจะขึ้นอยู่เฉพาะกับการตกลงยินยอมใช้บริการตามที่เชื้อเชิญในครั้งนี้เท่านั้น
  7. สัมพันธภาพกับสังคม (Relations with Communities)
    • บริษัทและพนักงานต้องยึดมั่นประพฤติปฏิบัติตนเป็นพลเมืองที่ดี เราต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมในการใช้ทรัพยากร ทั้งในรูปเงินทุน บุคลากร และพลังงานอย่างชาญฉลาด บริษัทพึงพอใจที่ได้มีส่วนร่วมทางสังคม ในการให้ความสนับสนุนทางการเงินแก่กิจกรรมที่มีคุณประโยชน์
  8. สัมพันธภาพกับพนักงาน (Relations with Employees)
    • บริษัทมีนโยบายพื้นฐานที่ให้พนักงานปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานทุกคนด้วยความเคารพในเกียรติ ศักดิ์ศรี และสิทธิส่วนบุคคลของพนักงาน โดยบริษัทจะรวบรวมและเก็บรักษาประวัติข้อมูลส่วนตัวพนักงานเฉพาะในส่วนที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิผลของบริษัท หรือตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลเหล่านั้นโดยถือเป็นความลับ การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวจะกระทำได้เฉพาะในกรณีที่ผู้มีสิทธิตามกฎหมายจำเป็นต้องรับทราบเท่านั้น บริษัทพยายามจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัย ถูกสุขลักษณะและเอื้อต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิผล พนักงานแต่ละคนมีต้องความรับผิดชอบต่อเพื่อนพนักงานและต่อบริษัท โดยจะไม่ประพฤติปฏิบัติตนที่จะทำให้สภาพแวดล้อมในการทำงานเสื่อมถอยลง บริษัทคาดหวังให้พนักงานทุกคนสนับสนุนนโยบายของบริษัท ที่เปิดโอกาสการว่าจ้างงานอย่างเสมอภาคกันทุกคน เราตระหนักดีว่าพลังสำคัญของบริษัทมาจากการร่วมมือร่วมใจของพนักงาน ซึ่งผสมผสานประสบการณ์ที่หลากหลายและมีเป้าหมายร่วมกัน บริษัทมีนโยบายห้ามการเลือกปฏิบัติหรือกีดกันแรงงาน ห้ามการล่วงละเมิดหรือข่มขู่คุกคาม อันเนื่องมาจากความแตกต่างด้านเชื้อชาติ สีผิว ศาสนา เพศ อายุ สัญชาติ สิทธิความเป็นพลเมือง ความนิยมทางเพศ หรือความพิการ พนักงานสามารถซักถามผู้บังคับบัญชาหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าวของบริษัท บริษัทจะพิจารณาโทษทางวินัยอย่างเข้มงวดกรณีที่มีการฝ่าฝืนนโบยบายนี้
  9. นโยบายการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ (Advertising/Promotion Policies)
    • บริษัทยึดถือความซื่อสัตย์สุจริตเป็นหลักการพื้นฐานในการปฏิบัติงาน ดังนั้น เพื่อจูงใจและเพิ่มพูนความเชื่อมันของลูกค้าให้นิยมใช้บริการและผลิตภัณฑ์ของบริษัท การโฆษณาชวนเชื่อที่หลอกลวง รวมทั้งกิจกรรมส่งเสริมการขายที่คลุมเครือ เป็นสิ่งไม่พึงกระทำ บริษัทปฏิบัติตามมาตรฐานการประกอบธุรกิจการค้าที่เป็นธรรม ทั้งในด้านการวางแผนโฆษณาประชาสัมพันธ์ การคัดเลือกและการใช้สื่อโฆษณา รวมถึงกลยุทธ์ส่งเสริมการขาย ดังนั้นความสำเร็จในการให้บริการและผลิตภัณฑ์ของบริษัท จึงมีรากฐานมาจากคุณภาพและผลการดำเนินงาน รวมถึงชื่อเสียงของบริษัท มิใช่เกิดจากการให้ข้อมูลเท็จ หรือข้อมูลที่บิดเบือน
  10. การรักษาความลับ (Confidentiality)
    • บริษัทมีหน้าที่ความรับผิดชอบสำคัญประการหนึ่ง คือ การรักษาความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อบริษัท โดยเก็บรักษาข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของลูกค้าไว้เป็นความลับตลอดเวลา การรักษาข้อมูลความลับของลูกค้าจะครอบคลุมข้อมูลที่ได้รับจากส่วนงานที่ลูกค้าติดต่อธุรกิจกับบริษัท และจากข้อมูลแหล่งอื่นภายในบริษัท การนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้งานต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้เท่านั้น และจะต้องไม่นำข้อมูลความลับไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ข้อมูลที่บริษัทต้องเก็บรักษาเป็นความลับ ประกอบด้วยข้อมูลทั้งในส่วนที่ได้รับจากลูกค้า และข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินระหว่างลูกค้ากับบริษัท ได้แก่ บัญชีบริษัท บัญชีการเก็บรักษาทรัพย์สินหรือบัญชีซื้อขาย ผลการประเมินสินเชื่อภายในบริษัท หรือข้อมูลอื่นของลูกค้าที่บริษัทมีอยู่ รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความลับของบริษัท บริษัทเชื่อมั่นในการปกป้องข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า พนักงานทุกคนของบริษัทมีหน้าที่ในการเก็บรักษาข้อมูลความลับจากการประกอบธุรกิจตามปกติของบริษัท ทั้งนี้บริษัทให้ความเคารพในกิจกรรมส่วนตัวของลูกค้า และพิทักษ์ปกป้องเช่นเดียวกับที่บริษัทคุ้มครองเงินทุนและผลประโยชน์อื่นของบริษัท บริษัทมีหน้าที่ในการเก็บรักษาข้อมูลความลับของลูกค้า โดยจะไม่เปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลที่สาม ยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้
      • 10.1. ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากลูกค้าให้เปิดเผยข้อมูลได้
      • 10.2. กฎหมายบังคับให้เปิดเผยข้อมูล
      • 10.3. บริษัทมีหน้าที่ตามที่กำหนดโดยองค์กรกำกับดูแลในการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชน
      • 10.4. การเปิดเผยข้อมูลเป็นการกระทำที่จำเป็น เพื่อปกป้องทรัพย์สินของบริษัท ตัวอย่างเช่น การเปิดเผยข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในกรณีมีเหตุสงสัยเกี่ยวกับการทุจริต ฉ้อโกง

    • พนักงานมีภาระหน้าที่ผูกพันในการปกป้องข้อมูลที่เป็นความลับของลูกค้าและคู่ค้าของบริษัท รวมทั้งข้อมูลของบริษัทตลอดไป แม้ว่าบุคคลนั้นได้ลาออกหรือพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของบริษัทแล้ว บริษัทถือว่าข้อมูลหรือเอกสารใด ๆ ที่พนักงานได้จัดทำขึ้นระหว่างที่เป็นพนักงานของบริษัทจะยังคงเป็นทรัพย์สินของบริษัท พนักงานจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลหรือเอกสารดังกล่าว ภายหลังการพ้นสภาพการเป็นพนักงานของบริษัท
  11. ความครบถ้วนและความถูกต้องของข้อมูลของบริษัท (Integrity and Accuracy of BFIT Records)
    • ข้อมูลการประกอบธุรกิจของบริษัทต้องได้รับการจัดทำจากรายงานที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ เพื่อเสนอต่อผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น ลูกค้า องค์กรของรัฐ และหน่วยงานอื่น ๆ ดังนั้น ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทต้องมีความถูกต้อง ตรงตามความเป็นจริงและเนื้อหาสาระครบถ้วนสมบูรณ์ โดยไม่มีข้อจำกัดใด ๆ ทั้งสิ้น ความถูกต้องของข้อมูลหมายความถึงความถูกต้องทั้งในส่วนของเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษรและความถูกต้องตามจรรยาบรรณ
      บริษัทไม่อนุญาตการทำธุรกรรมทางการเงินที่ปกปิดซ่อนเร้น โดยใช้วิธีการใช้นามแฝงหรือกระทำรายการผ่านบัญชีของบุคคลที่สาม พนักงานมีภาระหน้าที่ความรับผิดชอบในการจัดเก็บข้อมูลด้วยความซื่อสัตย์ ตรงตามวัตถุประสงค์และตามความเป็นจริง อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานที่เข้าข่ายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือผิดจรรยาบรรณโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ การกระทำดังกล่าวนั้น ไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างในการทำข้อมูลของบริษัทผิดพลาดหรือบิดเบือนไป
  12. การใช้ข้อมูลภายในเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ (Insider Trading)
    • บริษัทห้ามการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัทหรือของบริษัทอื่น โดยบุคคลใดก็ตามที่รับทราบข้อมูลภายในอันมีสาระสำคัญและมีผลกระทบต่อราคาของหลักทรัพย์ ซึ่งข้อมูลนั้นยังไม่ได้เปิดเผยในตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายกำหนดห้ามใช้ข้อมูลภายในเพื่อซื้อหรือขายหลักทรัพย์ก่อนเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อให้การซื้อขายหลักทรัพย์โปร่งใสและเป็นธรรม เนื่องจากข้อมูลภายในถือเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนใช้ในการตัดสินใจลงทุน ยกตัวอย่างเช่น ข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อหรือขายกิจการ การนำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาด หรือข้อมูลทางการเงินอื่น ๆ การเปิดเผยข้อมูลภายในของบริษัทไม่สามารถกระทำได้ หากไม่มีเหตุผลเพียงพอในทางกฎหมายและไม่ได้รับการยินยอมจากผู้มีอำนาจของบริษัท พนักงานจะไม่ได้รับอนุญาตให้กู้ยืมเงินจากบริษัท เพื่อใช้ในการซื้อขายหลักทรัพย์หรือการเก็งกำไร
  13. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflicts of Interest)
    • พนักงานต้องไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวที่ขัดแย้งกับผลประโยชน์ของบริษัทหรือของลูกค้าบริษัท การกำหนดนโยบายของบริษัทในส่วนที่เกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นตั้งอยู่บนหลักการที่ว่า พนักงานต้องตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้าและของบริษัทเท่านั้น ทั้งนี้ พนักงานต้องไม่ให้เหตุผลในส่วนของตนเองหรือบุคคลในครอบครัวของตน มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจที่ทำให้เบี่ยงเบนไปจากหลักการข้างต้น
      • 13.1. พนักงานต้องหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ส่วนตนกับบริษัท หรือกับ ลูกค้า อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ขึ้น พนักงานหรือบริษัทควรดำเนินการ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ได้ปฏิบัติอย่างเป็นธรรมต่อลูกค้าและบริษัท โดยการเปิดเผยข้อมูล หรือปฏิเสธการ ดำเนินการใด ๆ หรือดำเนินการอย่างอื่นตามความเหมาะสม บริษัทจะไม่ดำเนินการใด ๆ โดยคำนึงถึง ผลประโยชน์ของบริษัท เหนือกว่าผลประโยชน์ของลูกค้าอย่างไม่ยุติธรรม
      • 13.2. ในกรณีที่พนักงานหรือสมาชิกในครอบครัวของพนักงานมีผลประโยขน์ทางตรงหรือทางอ้อมที่ขัดแย้งหรือ อาจขัดแย้งกับผลประโยชน์ของบริษัท พนักงานจะต้องแจ้งให้ผู้กำกับดูแลการปฏิบัติงาน (Compliance Officer) หรือผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจอื่น ๆ ทราบล่วงหน้า และพนักงานดังกล่าวไม่ควรมีส่วนร่วมใน การตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์นั้น เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทตัดสินใจด้วยความเที่ยงธรรม
      • 13.3. การที่พนักงานมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมภายนอกองค์กร หรือดำรงตำแหน่งภายนอกบริษัท อาทิ การ เป็นกรรมการ ที่ปรึกษา ตัวแทน หรือเป็นพนักงานในองค์กรอื่น กิจกรรมนั้น ๆ จะต้องไม่ก่อให้เกิดความ ขัดแย้งทางผลประโยชน์กับลูกค้าบริษัทไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และจะต้องไม่ทำให้เกิดผลเสียหายต่อ บริษัท รวมทั้งจะต้องไม่กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลนั้น ๆ
      • 13.4. บริษัทห้ามพนักงานรับทำงานเป็นพนักงานประจำแบบเต็มเวลาหรือพนักงานชั่วคราวในองค์กรอื่นที่ดำเนิน กิจการในลักษณะเดียวกันกับบริษัท หรือกิจการที่แข่งขันกับบริษัท หรือกิจการที่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกับ บริษัท
  14. สินบนและสิ่งจูงใจ (Bribes and Inducements)
    • ห้ามพนักงานให้หรือรับสินบนและสิ่งจูงใจในรูปแบบใด ๆ ทั้งสิ้น และห้ามมอบหมายให้ผู้อื่นให้หรือรับสินบนและสิ่งจูงใจแทนตนเอง เนื่องจากการติดสินบนในการดำเนินธุรกิจ ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายและมีความผิดทางอาญา บริษัทดำเนินกิจการโดยใช้กลยุทธ์ในการแข่งขันทางธุรกิจอย่างเป็นธรรมและยึดมั่นในคุณภาพที่ดีของผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทเป็นจุดขาย บริษัทไม่อนุญาตให้ลูกค้าและคู่ค้ามอบเงินหรือสิ่งของเพื่อเป็นสินบนแก่พนักงานบริษัท และห้ามพนักงานรับสินบนหรือเงินทอง การให้เงิน สิ่งของ หรือผลประโยชน์ในรูปแบบอื่นใด เพื่อเป็นสินบนในการประกอบกิจการบริษัทโดยเด็ดขาด บริษัทและผู้บริหารเชื่อมั่นและส่งเสริมกระบวนการกำกับดูแลกิจการที่ดี และดำเนินกิจการตามกฎหมายอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส ดังนั้น การให้สินบนที่มีค่าทั้งโดยทางตรงหรือทางอ้อมแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือนักการเมือง เพื่อโน้มน้าวให้บุคคลเหล่านั้นใช้ดุลยพินิจในทางที่เอื้อประโยชน์แก่บริษัท จึงมิใช่สิ่งที่พึงกระทำโดยเด็ดขาด
  15. กิจกรรมและการมีส่วนร่วมทางการเมือง (Political Contributions and Activities)
    • นโยบายพื้นฐานของบริษัทกำหนดไว้ว่า บริษัทจะไม่นำเงินทุนหรือทรัพยากรของบริษัทไปใช้สนับสนุนทางการเมืองให้ผู้ลงสมัครแข่งขันเป็นนักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดในโลกนี้
      • 15.1. ยกเว้นในกรณีที่การให้ความสนับสนุนนั้นได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และสนับสนุนประชาธิปไตยโดยรวม
      • 15.2. นโยบายของบริษัทไม่อนุญาตให้พนักงานนำสิ่งอำนวยความสะดวกหรือทรัพยากรของบริษัทไปใช้ในการ รณรงค์หาเสียงทางการเมือง หรือการระดมเงินทุนทางการเมือง หรือเพื่อจุดประสงค์ของพรรคการใด โดยเฉพาะ
      • 15.3. บริษัทห้ามผู้บังคับบัญชา พนักงานในทุกระดับชั้น สั่งการหรือโน้มน้าว ด้วยวิธีการใด ๆ ที่ทำให้พนักงาน และผู้ใต้บังคับบัญชา เข้าร่วมในกิจกรรมทางการเมืองทุกประเภท

    • การตัดสินใจของพนักงานที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยการอุทิศเวลาส่วนตัวนอกเวลาทำงาน ทรัพย์สินเงินทองและทรัพย์สมบัติส่วนตัวอื่น ๆ เพื่อการรณรงค์ทางการเมืองหรือการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ให้ถือว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นการตัดสินใจโดยส่วนตัวของพนักงานผู้นั้นเอง
  16. ของขวัญและผลประโยชน์ (Gifts and Benefits)
    • เพื่อดำรงรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงของบริษัทในฐานะที่เป็นบริษัทที่ก่อตั้งมานาน ซึ่งประกอบธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและถูกต้องตามกฎหมาย บริษัทกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการรับของขวัญ การสังสรรค์รับรอง และการรับเงินรางวัล โดยห้ามกรรมการและพนักงานรับหรือขอเรี่ยไรของขวัญ เช่น การสนับสนุนทางการเงิน (Sponsorship) การเลี้ยงรับรอง การเดินทาง การต้อนรับ การให้บริการ หรือเงินรางวัลอื่นใด จากบุคคลที่ทำธุรกิจกับบริษัท เนื่องจากการกระทำดังกล่าว อาจทำให้เกิดการยินยอมผ่อนปรนในข้อตกลงทางธุรกิจที่ไม่เหมาะสมระหว่างพนักงานกับลูกค้า โดยข้อตกลงดังกล่าวกระทำในนามบริษัท ของขวัญที่อาจรับได้ต้องมีมูลค่าไม่มากนัก อาทิ ปากกา สมุดบันทึก ปฏิทิน เป็นต้น ส่วนของขวัญชิ้นใดที่มีมูลค่า ต่ำกว่า 3,000 บาท (สามพันบาท) ให้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ สำหรับของขวัญหรือผลประโยชน์ที่มีมูลค่าเกิน กว่า 3,000 บาท (สามพันบาท) ต้องขออนุมัติผู้บังคับบัญชาก่อนที่จะตัดสินใจและรายงานให้ฝ่ายงานที่กำกับดูแลทราบ ในกรณีที่บุคคลภายนอกเสนอให้ของขวัญหรือผลประโยชน์แก่กรรมการหรือพนักงาน และของขวัญหรือผลประโยชน์นั้นอยู่ในข่ายที่ต้องได้รับการอนุมัติก่อน แต่กรรมการและพนักงานอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อาจปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวได้ในขณะนั้น อาทิ ในการประชุมหารือกับลูกค้า เป็นต้น กรรมการและพนักงานอาจรับของขวัญหรือผลประโยชน์ไว้ก่อน และต้องแจ้งต่อฝ่ายงานที่กำกับดูแล หรือผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีอำนาจอื่น ๆ โดยเร็วที่สุด ของขวัญดังกล่าวจะไม่ถือว่าเป็นสมบัติของกรรมการหรือพนักงานผู้นั้น กรรมการและพนักงานจะต้องสามารถแสดงเหตุผลอันสมควรในการรับของขวัญหรือผลประโยชน์นั้น ๆ ส่วนกรณีการรับผลประโยชน์อื่น ๆ เช่น การสังสรรค์รับรอง กรรมการและพนักงานจะต้องยืนยันได้ว่าการรับรองนั้นมิได้มีลักษณะเป็นการใช้จ่ายเงินมากเกินสมควรหรือกระทำบ่อยครั้ง จนทำให้เกิดข้อผูกมัดกับผู้ที่จัดการสังสรรค์รับรองนั้น ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ฝ่ายงานที่กำกับดูแลหรือผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีอำนาจอื่น เป็นผู้เก็บบันทึกเกี่ยวกับการรับของขวัญหรือผลประโยชน์ใด ๆ ดังกล่าว ห้ามการรับหรือการให้ของขวัญและผลประโยชน์อื่นใด เพื่อจูงใจให้ผู้รับยินยอมตกลงดำเนินการใด ๆ ที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งในการปฏิบัติหน้าที่ต่อลูกค้า
  17. การรายงานการละเมิดจรรยาบรรณของพนักงาน (Report of Breaches)
    • บริษัทจะปฏิบัติต่อพนักงานที่ละเมิดจรรยาบรรณฉบับนี้อย่างจริงจัง และอาจส่งผลให้เกิดการลงโทษทางวินัย ซึ่งอาจมีโทษถึงขั้นให้พ้นจากการเป็นพนักงาน ดังนั้น พนักงานจำเป็นจะต้องรายงานให้ผู้กำกับดูแลหรือผู้บังคับบัญชารับทราบทันทีเมื่อเกิดการละเมิดหรือสงสัยว่าอาจจะเกิดการละเมิดจรรยาบรรณของพนักงานฉบับนี้ ผู้กำกับดูแลการปฏิบัติงานมีหน้าที่รับผิดชอบในการติดตามดูแลการปฏิบัติตามจรรยาบรรณของพนักงานฉบับนี้ และรายงานผลต่อคณะกรรมการตรวจสอบ รวมทั้งจัดเก็บบันทึกข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการกระทำที่ละเมิดหรืออาจละเมิดจรรยาบรรณของพนักงาน ผู้กำกับดูแลการปฏิบัติงานมีหน้าที่เก็บรักษาทะเบียนบันทึกการกระทำที่ฝ่าฝืนจรรยาบรรณ